ผอมแต่มีพุง แก้ปัญหาได้ด้วยการออกกำลัง

Home สุขภาพ ผอมแต่มีพุง แก้ปัญหาได้ด้วยการออกกำลัง
ผอมแต่มีพุง แก้ปัญหาได้ด้วยการออกกำลัง

ผอมแต่มีพุง (Skinny Fat) ออกกำลังกายอย่างไรดี ?

ภาวะ “ผอมแต่มีพุง” หรือ Skinny Fat คือภาวะที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือต่ำกว่าเกณฑ์ แต่มีไขมันสะสมอยู่บริเวณหน้าท้องและลำตัวมาก ส่งผลให้ดูไม่สมส่วน สาเหตุของภาวะนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ความเครียด

วิธีออกกำลังกายเพื่อลดพุงในคนผอมแต่มีพุง

การออกกำลังกายเพื่อลดพุงในคนผอมแต่มีพุง สามารถทำได้ดังนี้

  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยเผาผลาญไขมันทั่วร่างกาย รวมถึงไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องและลำตัว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่แนะนำ ได้แก่ การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น ควรออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งที่แนะนำ ได้แก่ การออกกำลังกายแบบ compound exercise ที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เช่น ท่าสควอท ท่าดึงข้อ ท่าดันอก เป็นต้น ควรออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งอย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ และช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง และไขมันดีต่ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และแป้งขัดสีสูง

ตัวอย่างแผนการออกกำลังกายสำหรับคนผอมแต่มีพุง

วันอังคาร

  • คาร์ดิโอ 30 นาที
  • เวทเทรนนิ่ง 30 นาที

วันพฤหัสบดี

  • คาร์ดิโอ 30 นาที
  • เวทเทรนนิ่ง 30 นาที

วันเสาร์

  • คาร์ดิโอ 30 นาที
  • วันอาทิตย์

วันอาทิตย์

  • พัก

ทั้งนี้ แผนการออกกำลังกายอาจปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความฟิตและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มออกกำลังกายเพื่อความปลอดภัย